ทองคำแท่งและเครื่องประดับทองคำจัดแสดงในตู้กระจกของร้านทองคำ
ภาพประกอบสร้างโดย AI ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

IMF ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะขยายตัว 2.1% แม้ตัวเลขถูกปรับขึ้น แต่ยังเกือบรั้งท้ายของอาเซียน ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยยืนยันเป้าหมายการเติบโต 2.3% พร้อมชี้ปัญหาโครงสร้างเป็นตัวถ่วงระยะยาว ด้านราคาทองคำในประเทศวันนี้ปรับลดลง 150 บาท ตามประกาศล่าสุดของสมาคมค้าทองคำ

IMF คาดเศรษฐกิจไทยปี 69 โต 2.1% ยังรั้งท้ายอาเซียน

รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook: WEO) ถูกเปิดเผยโดยนางซิลวานา เทนเรย์โร หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในการประชุมประจำปีของกลุ่มธนาคารโลกและ IMF ครั้งที่ 81 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตามที่ข่าวสดรายงาน เศรษฐกิจเอเชียยังแสดงความยืดหยุ่นได้ดีท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะแรงส่งจากการลงทุนและการค้าเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ช่วยชดเชยแรงกดดันจากราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ สำหรับไทย IMF มองเศรษฐกิจปี 69–70 โต 2.1% จากการลงทุนด้าน AI และเทคโนโลยี พร้อมเตือนความเสี่ยงราคาสินค้าโภคภัณฑ์พุ่ง เงินเฟ้อสูง และตลาด AI ที่กดดันโลก โดยย้ำให้เร่งฟื้นพื้นที่ทางการคลังและรักษาเสถียรภาพการเงิน

การปรับคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 ขึ้นเป็น 2.1% ปรากฏในรายงานของไทยรัฐ ซึ่งระบุว่าธุรกิจเทคโนโลยีและ AI ได้รับผลดี แต่เศรษฐกิจไทยยังเติบโตช้ากว่าเพื่อนบ้าน ท่ามกลางการประชุม IMF–World Bank Annual Meetings 2026 ที่กำลังจัดขึ้นในกรุงเทพฯ ด้านมติชนรายงานเช่นเดียวกันว่า IMF ชี้ตลาดเอเชียเติบโตโดดเด่น และคาด GDP ไทยขยายตัว 2.1%

ดร.กอบศักดิ์ ชี้ว่า IMF ประเมินเศรษฐกิจไทยโต 2.1% เกือบรั้งท้ายของอาเซียน ชนะเพียงเมียนมา และในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาโดนเวียดนามไล่บี้ให้เข้าใกล้ขึ้นอีก ขณะที่ไต้หวันชนะเลิศรับอานิสงส์ AI boom จีดีพีพุ่ง 10.7% ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ

IMF เตือน 3 ความเสี่ยงตลาดการเงินโลก แนะสร้างกันชน

IMF เตือนความเสี่ยง 3 ด้านที่เขย่าตลาดการเงินทั่วโลก ตามรายงานของไทยรัฐ ได้แก่ AI ปรับฐาน บอนด์ยีลด์พุ่ง และภัยไซเบอร์ ซึ่งเสี่ยงกระทบราคาสินทรัพย์ ต้นทุนหนี้ และเสถียรภาพของระบบการเงิน โดยแนะหน่วยงานกำกับเร่งสร้างกันชนเพื่อป้องกันความเสี่ยง

ความเสี่ยงจากการลงทุนใน AI ที่กระจุกตัวสูงเป็นอีกประเด็นที่ IMF ห่วงกังวล ตามที่ประชาชาติธุรกิจรายงาน หากผลตอบแทนต่ำกว่าคาดอาจกระทบมูลค่าสินทรัพย์และทำให้ภาวะการเงินโลกตึงตัวขึ้น โดย IMF ชี้ว่าตลาดเกิดใหม่รวมถึงไทยต้องเร่งสร้างภูมิคุ้มกัน พร้อมให้อัตราแลกเปลี่ยนทำหน้าที่รองรับความผันผวนตามกลไกตลาด

ธปท.ยืนเป้า GDP โต 2.3% ชี้โครงสร้างฉุดยาว

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ว่า ธปท.ยังคงคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัว 2.3% สอดคล้องกับประมาณการของหน่วยงานต่าง ๆ ในกรอบ 2–2.3% โดยยังไม่มีเหตุให้ปรับตัวเลขเพิ่มเติม ตามการรายงานของข่าวสด แม้เศรษฐกิจเผชิญแรงกดดันหลายด้านรวมถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา แต่ยังมีแรงส่งจากการส่งออก การลงทุนจากต่างประเทศ และกระแสการลงทุนด้าน AI ที่เข้ามาในไทย พร้อมลุ้นการลงทุนเอกชนเติบโต 13%

ปัญหาโครงสร้างที่ทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำเป็นสิ่งที่นายวิทัย ห่วงกังวล โดยย้ำว่าต้องแก้ไขร่วมกัน ไม่ใช่กดปุ่มแล้วจบ ตามที่มติชนรายงาน ขณะที่ข่าวสดรายงานคำเตือนของผู้ว่าการ ธปท. ว่าศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทยเหลือเพียง 2.7% จากการลงทุนที่ต่ำ

คลังสั่งแบงก์รัฐเร่งช่วยผู้ประสบน้ำท่วม

กระทรวงการคลังสั่งการธนาคารรัฐงัดมาตรการมาเร่งช่วยเหลือผู้ประสบน้ำท่วม ตามรายงานของมติชน มีการเปิดเผยด้วยว่าปล่อยกู้แล้วกว่า 2.7 หมื่นล้านบาท ครอบคลุมผู้ได้รับความช่วยเหลือ 1.6 แสนคน

เอกนิติ ชูไทยเป็น “ตัวกลางแห่งความไว้วางใจ”

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวเมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2569 ในการเสวนาหัวข้อ “Building Resilience in a Fragmented World” กิจกรรมสำคัญของกระทรวงการคลังในการประชุมประจำปีของ IMF และกลุ่มธนาคารโลก ครั้งที่ 81 ข่าวสดรายงานว่า นายเอกนิติระบุว่าเศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคที่ประเทศและธุรกิจให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพและต้นทุนเป็นหลัก สู่ยุคที่ต้องคำนึงถึงความมั่นคงและการกระจายความเสี่ยงมากขึ้น ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และกำแพงการค้าที่เพิ่มขึ้น โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ การค้า ตลาดการเงิน และการลงทุน

บทบาทของไทยในฐานะ “ตัวกลางแห่งความไว้วางใจ” เป็นอีกประเด็นที่นายเอกนิติ ชูขึ้น พร้อมผลักดันการสร้างสะพานเชื่อมการค้าอาเซียน ตามที่ปรากฏในรายงานของมติชน ขณะที่ข่าวสดระบุว่าชูไทยในฐานะ Trusted Connector เพื่อดึงการลงทุนเข้าประเทศในยุคโลกแบ่งขั้ว

ราคาทองวันนี้ปรับลดลง 150 บาท

สมาคมค้าทองคำประกาศราคาทองคำประจำวันที่ 13 ต.ค. 2569 เมื่อเวลา 09.01 น. ผ่านทางเว็บไซต์ โดยราคาปรับลดลง 150 บาทเมื่อเทียบกับราคาสุดท้ายของวันที่ 12 ต.ค. ราคาทองรูปพรรณขายออกบาทละ 67,100 บาท ทองคำแท่งบาทละ 66,300 บาท และทองคำ 1 สลึง 16,575 บาท ตามที่ไทยรัฐรายงาน ขณะที่ข่าวสดและประชาชาติธุรกิจระบุราคาทองคำแท่งรับซื้อในประเทศบาทละ 66,100 บาท และทองรูปพรรณ 96.5% รับซื้อบาทละ 64,778.68 บาท

ภาพรวม

ข่าวเศรษฐกิจเย็นนี้ส่วนใหญ่มาจากเวทีการประชุมประจำปีของ IMF และกลุ่มธนาคารโลก ครั้งที่ 81 ที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นทั้งแหล่งประมาณการการเติบโตและคำเตือนความเสี่ยงของตลาดการเงินโลก ฝั่งหน่วยงานไทยทั้ง ธปท. และกระทรวงการคลัง ออกมายืนยันเป้าหมายและมาตรการดูแลเศรษฐกิจในประเทศ ขณะที่ราคาทองคำในประเทศปรับตัวลดลงตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ

แหล่งข้อมูล

บทความนี้จัดทำอัตโนมัติโดย AI จากข้อมูลจริงในระบบของ RuayTrend · ข้อมูลเพื่อการอ้างอิง ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน · พบข้อผิดพลาดแจ้งได้ที่ ติดต่อเรา