ดอกเบี้ยทบต้นทำงานอย่างไร

ถ้าออม 100,000 บาท ได้ผลตอบแทน 5% ต่อปี ปีแรกจะได้ 5,000 บาท ปีที่สองจะได้ 5% ของ 105,000 บาท คือ 5,250 บาท ผลตอบแทนแต่ละปีจึงใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ โดยที่เราไม่ต้องออมเพิ่ม

เงินออมปลายทาง = เงินต้น × (1 + r)ⁿ + เงินออมรายเดือน × [(1 + r)ⁿ − 1] ÷ r
r = ผลตอบแทนต่อปี ÷ 12 · n = จำนวนเดือน

ต้องออมเดือนละเท่าไหร่ถึงมี 1 ล้านบาท

ผลตอบแทนต่อปี10 ปี15 ปี20 ปี30 ปี
2% (ใกล้เคียงเงินฝากประจำ)7,5354,7683,3922,030
5% (เช่น กองทุนผสม)6,4403,7412,4331,202
7% (เช่น กองทุนหุ้นระยะยาว)5,7783,1551,920820

หน่วยเป็นบาทต่อเดือน ตารางนี้บอกสองเรื่องชัดเจน ข้อแรก ยิ่งมีเวลานาน เงินที่ต้องออมต่อเดือนยิ่งลดลงมาก ข้อสอง ผลตอบแทนที่ต่างกันเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ เมื่อผ่านไป 30 ปีทำให้เงินออมที่ต้องใช้ต่างกันหลายเท่า

เริ่มตอนอายุ 25 กับ 35 ต่างกันแค่ไหน

สมมติออมเดือนละ 3,000 บาท ได้ผลตอบแทน 5% ต่อปี และหยุดตอนอายุ 60 ปี

เริ่มออมตอนอายุเงินที่ออมเองเงินตอนอายุ 60
25 ปี (35 ปี)1,260,0003,408,277
35 ปี (25 ปี)900,0001,786,529

คนที่เริ่มเร็วกว่า 10 ปีออมเพิ่มเพียง 360,000 บาท แต่มีเงินตอนเกษียณมากกว่าเกือบเท่าตัว ถ้าเริ่มตอนอายุ 35 แล้วอยากได้ผลลัพธ์เท่ากัน ต้องออมเดือนละประมาณ 5,723 บาท

กฎ 72: เงินจะโตเป็น 2 เท่าในกี่ปี

นำ 72 หารด้วยผลตอบแทนต่อปี จะได้จำนวนปีโดยประมาณที่เงินโตเป็นสองเท่า

  • ผลตอบแทน 5% ต่อปี: 72 ÷ 5 ≈ 14.4 ปี
  • ผลตอบแทน 7% ต่อปี: 72 ÷ 7 ≈ 10.3 ปี

กฎนี้ใช้กับเงินเฟ้อได้เช่นกัน ถ้าเงินเฟ้อเฉลี่ย 3% ต่อปี ค่าของเงินจะลดลงครึ่งหนึ่งในราว 24 ปี การเก็บเงินสดไว้เฉย ๆ จึงไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่คิด

เริ่มต้นออมอย่างไรให้ทำได้จริง

  1. มีเงินสำรองฉุกเฉินก่อน ประมาณ 3–6 เดือนของค่าใช้จ่าย เก็บในบัญชีที่ถอนได้ทันที
  2. ออมก่อนใช้ ตั้งโอนอัตโนมัติวันเงินเดือนออก แทนการออมจากเงินที่เหลือ
  3. เลือกสินทรัพย์ตามระยะเวลา เงินที่ต้องใช้ภายใน 1–3 ปีไม่ควรลงทุนในสินทรัพย์ที่ผันผวนสูง
  4. ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีควบคู่ เงินออมระยะยาวบางส่วนอาจอยู่ในกองทุนที่ลดหย่อนภาษีได้ อ่านเพิ่มที่ คู่มือภาษีเงินเดือน 2569
  5. เพิ่มเงินออมเมื่อรายได้เพิ่ม เช่น ขึ้นเงินเดือนเมื่อไหร่ เพิ่มเงินออมครึ่งหนึ่งของส่วนที่เพิ่ม